หลังจากไปหาหมอดูมาเป็นครั้งแรกในชีวิต เริ่มกลับมาสนใจศาสตร์ด้านการพยากรณ์อีกครั้ง แต่ไพ่ยิปซีที่เคยซื้อไว้สมัยตั้งแต่ม.1 ไปไหนแล้วไม่รู้ อยู่ในห้องเก็บของแล้วก็หายสาบสูญไป หาไม่เจอ ก็เลยไปซื้อมาใหม่ มาลองอ่านดู จะว่าไป ก็นึกขึ้นมาว่า หนังสือยิปซี เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีการแปลแทบทุกภาษา รวมถึง ภายในเล่ม ก็มักจะเป็นศัพท์ที่บ่งบอกถึงสิ่งที่คนอยากรู้ เช่น การเงิน ความรัก ความรู้สึก
เลยคิดเป็นประเด็นขึ้นมาว่า เออ ถ้าเราลองศึกษาไพ่ยิปซีเป็นลักษณะของภาษาก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยจะได้อ่านภาษาเป็นคนมากขึ้น ที่ไม่ใช่แต่ศัพท์เทคนิคคอมพิวเตอร์ ถ้าซื้อหนังสือภาษาอังกฤษมาสักเล่ม ไพ่ใบเดียวกัน สำรับเดิม ย่อมมีความหมายที่ใกล้เคียงกัน บวกก็บวก ลบก็ลบ ถ้าอย่างนั้น มันน่าจะเอามาใช้ฝึกภาษาได้ แล้วยังเอาไว้เล่นกับเพื่อน ตปท ได้ด้วย อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ที่อยากจะลองไปเดิน ASIA BOOK หายิปซีชุดเดียวกันมาลองอ่านเลย
อีกประเด็นหนึ่ง เริ่มเห็นความสวยงามของไพ่ ว่ากันว่า ไพ่ยิปซี จริงๆแล้วความหมายนั้นเกิดจากการเรามองภาพ แล้วใช้จิตวิญญาณดึงความรู้สึกออกมาจากภาพ ไม่ใช่การท่องจำจากตำราหนังสือ ถ้าอย่างนั้นแล้ว นอกจากเราได้ภาษาพูดแล้ว เราก็ยังเข้าใจในศิลปะมากขึ้นด้วย งั้นปะ เข้าใจอารมณ์ศิลปินที่ถ่ายทอดลงบนไพ่ได้ ไพ่แต่ละชุด ก็จะมีความหมายแตกต่างกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือความงดงามของจิตรกรที่วาดภาพสำรับนั้นๆขึ้นมา ได้น่าสนใจ ถ้าอย่างนั้นแล้ว มันก็น่าสนใจในการสะสมด้วยเหมือนกัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่มีวันตาย
ถึงแม้ว่าวิทยาศาสตร์จะไปไกลเพียงใด แต่ไพ่ยิปซี ก็ยังเป็นเรื่องราวลี้ลับที่น่าสนใจอยู่เสมอ มันอาจจะดูเหมือนความน่าจะเป็นที่ผสมกันได้อย่างลงตัว
วันก่อนเพื่อนก็ทักมาเรื่องหาข้อมูลเกี่ยวกับผีถ้วยแก้วไปทำ Plot หนัง ผมก็เลยบอกให้ไปดูหนังเรื่องผีถ้วยแก้วสิ แต่ผมเข้าใจว่าไม่ใช่ของไทย ก็เลยไปหาข้อมูลอยู่แปปๆ ก็ได้ข้อมูลมา ว่าฝรั่งเค้าเรียก "อุยจา" แต่มันไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นแค่แก้ว จริงๆ มันก็มีทั้ง ผีเหรียญ ผีถ้วยแก้วที่เราเล่นๆกัน ศาสตร์ของมันก็ยังคงลี้ลับ และน่าสนใจอยู่มากทีเดียว เพราะเชื่อว่า ของเหล่านี้ เป็นสื่อ ในการส่งสารไปยังอีกโลกหนึ่ง ซึ่งอาจจะอยู่บนโลกใบเดียวกัน แต่ไม่สามารถสื่อถึงกันได้โดยปกติ
ไม่ได้เชื่องมงาย แต่ผมก็ยังมีความเชื่อ ว่าบางสิ่งบางอย่าง มันไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ เช่น พรหมลิขิต สัมผัสพิเศษ แรงดึงดูด แรงอาฆาต หรือ พลังของความอบอุ่น พลังของความดี ที่บางครั้งแค่อยู่ใกล้ๆก็รู้สึกได้ถึงพลังนั้น
ผมเชื่อในนิยายตำนาน ที่ว่า มนุษย์ มีเพียงประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่เรายังไม่สามารถสัมผัสสิ่งต่างๆได้อีกมากมาย ในขณะที่สัตว์อื่นๆ สามารถมีสัมผัสที่นอกเหนือจากมนุษย์ เพื่อสร้างความสมดุล เช่น ก่อนแผ่นดินไหว ก่อนเกิดอุบัติภัย สัตว์หลายชนิด จะรู้ตัวก่อนล่วงหน้า นั่นกลับกลายเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจว่า เวลาจะเกิดแผนดินไหว เค้าให้ดูว่า นกแตกลัง สัตว์เกิดอาการคลุ้มคลั่งหรือเปล่า นั่นกลับกลายเป็นสัญญาณสำหรับบอกมนุษย์ให้เรารู้สึกตัว ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
สุนัข สามารถได้ยินเสียง ในคลื่นความถี่สูงกว่า ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นไปได้ ว่าเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน อาจจะมีเสียงบางอย่างที่ัมันได้ยิน กลายเป็นเรื่องของ หมาหอนไป
แต่ถ้าใครอยากสัมผัสพลังที่ตัวเองมี อยากแนะนำไปลองเรียนวิชาชี่กง โชคดีที่ตอนเรียน Creative อาจารย์ผมสอนชี่กงเบื้องต้น เลยทำให้ระลึกได้ ว่าตอนเด็กๆ เราเคยรู้สึกว่าเรามีพลัง อย่างที่สัมผัสได้ ในการเรียนวิชาชี่กง ณ ปัจจุบันนี้ บางที ถ้ามนุษย์มีสัมผัสมากขึ้น อาจจะมีนิยาม UEO (Unidentify Energy Object) ขึ้นมาก็เป็นได้
Comments
Fri, 01.08.2008 09:01
อยากมีความรู้เยอะๆอ่ะ แนะนำบ้า งนะค่ะ
Mon, 21.07.2008 15:33
สาขาศาลายมงเช้าา เปิดทุกวันตั้ งแต่ 9 โมงเช้า - 4 ทุ่ม ทุกวัน
Mon, 23.06.2008 00:15
good idea
Fri, 20.06.2008 00:50
โอ้ ปั้นหมีโหดมั่งๆ อิ อิ