Oct
29
เวลาไปตั้ง Camping สิ่งหนึ่งที่เป็นกิจกรรมที่ขาดเสียไม่ได้คือการหุงหาอาหารย่างๆกินกันข้างๆเต็นท์ เราจะหุง เราจะย่างได้ก็ต้องใช้ไฟ ถ่านที่เอามาใช้ บ้างก็ลองจุดด้วยก๊าสไฟแช๊ค บ้างก็จุดด้วยเตาแก๊สก่อน แต่จริงๆ พวกนี้ก็มีอุปกรณ์เดินป่าอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็มีหลายชื่อเรียกอีกนั่นแหละ เช่น Fire Lighter, Fire Stick, Fire Maple และอีกหลายๆชื่อครับ ผมเองก็เห็น
รายละเอียดมาจากเว็บบอร์ดคนรักมีด ก่อนที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม
Continue reading "Fire Lighter - Fire Stick - Fire Maple"
Posted by Scalopus+
Last modified on 2008-10-29 19:43
Oct
26
หมายเหตุ: บุคคลเรื่องชื่อในตัวละครเป็นเรื่องสมมุติ มิได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
==================================
zzzzzzzz เสียงคลื่นวิทยุดังซ่าวิ่งตามเสาอากาศที่ทำจากตลับเมตรเข้ามาสู่หูฟังที่ติดอยู่กับ E22HSS รหัสแทนชื่อของชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังเดินเหยียบย่ำข้ามลำธารที่ไหลอย่างเอื่อยๆ มายังก้อนหินกลางลำธารที่ดูแล้วใหญ่พอที่จะเป็นที่พักพิงให้เขาได้ ณ เวลานั้น มือพลันปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเหมือนเพิ่งวิ่งแตกตื่นจากเหตุการณ์ช้างป่าวิ่งไล่มาอย่างไงอย่างนั้น... เด็กหนุ่มล้มตัวลงบนก้อนหิน วางอุปกรณ์ไว้ข้างๆ พลันหยิบส้มสีเขียวสดขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ เบื้องหน้าของเขาเป็นต้นไม้สูงใบไม้ปกคลุม ความเงียบสงัดมีแต่เสียงไพรทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนจับจ้องจากสายตาที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า คลื่นพลังรอบๆตัวเด็กหนุ่มทำให้รู้สึกเขาขนลุกซู่ กลับขึ้นมาลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสายตาสอดส่ายไปทั่วตัว มือพร้อมที่จะชักอาวุธคู่กายออกมาทันทีที่เห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น... คลื่นพลังดังกล่าวเหมือนจะหายไปแล้ว เขาค่อยๆหยิบส้มมากินอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะรีบเดินทางต่อไป ตามเส้นตายของเวลาที่ไล่ล่าเข้ามาอย่างกระชั้นชิด "ติ๊ด..zzzz.... ติ๊ด..zzzzz..zzzzz.." เด็กหนุ่มรีบคว้าเสาอากาศค่อยๆหันไปหาที่ทิศทางที่มาทันที "ติ๊ด...zzzzzzzzz.... ติ๊ด...zzzzzz....ติ๊ด...zzz...ติ๊ด.......ติ๊ด........ติ๊ด......" เสียงสัญญาณค่อยๆชัดเจนขึ้น ท่ามกลางเสียงซ่าที่หายไป เขารีบวิ่งย่ำน้ำในลำธารก้าวต่อไปทันที สีหน้าและอดีนาลีนไหลหลั่งมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มวิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น และ เร็วขึ้น ก่อนที่จะลับหายไปจากสายลำธาร
Continue reading "จิ้งจอกมหาภัย"
Posted by Scalopus+
Defined tags for this entry:
hamLast modified on 2008-11-07 22:04
Oct
14
ในวันที่สี่ของค่ายใบไม้ การเดินทางมาพักที่กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างป่า นำทีมวิจัยโดยคุณอลงกต ชูแก้ว ท่านได้บรรยายให้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับช้างในหลายๆอย่าง ในมุมมองของคนที่รักช้าง มีเรื่องที่สะท้อนเสียงออกมาจากใจเพราะถูกแทงเข้าอย่างจังอยู่เหมือนกับจากเพลงขับร้องโดยคุณบอม ซึ่งเป็นคนที่รักธรรมชาติคนหนึ่งที่อยู่ในเมืองหลวง
เขาเล่าว่า ก่อนหน้านี้ เขาเคยสงสัยว่าทำไมจะต้องเอาช้างมาเดินในเมืองหลวง ทำไมจะมาหากินกับช้างแบบนี้ ทำไม ทำไม ทำไม และก็บอกเพื่อนร่วมโต๊ะว่าอย่าไปให้กับคนพวกนี้ ซึ่งผมเองก็เหมือนกัน ที่เคยรู้สึกเช่นเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่งผ่านมาเข้า ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป.... ถ้าหากเรามีกิน ก็คงไม่มีใครอยากออกมาเร่ร่อน ถ้าหากช้างมีกินก็คงไม่ต้องออกจากป่า ถ้าป่ายังสมบูรณ์ช้างก็คงมีกิน ทุกๆคนนั้นหละ ถ้ามีกิน ก็คงไม่อยากจะไปเป็นขอทาน
แต่ที่เขาต้องทำ ก็เพื่อปากท้อง เพราะมันไม่มีจะกินแล้ว เขาถึงจะต้องทำ ช้างตัวนึงกินอาหาร 10% ของน้ำหนักตัว จึงจะเรียกว่าอิ่ม แต่โดยทั่วไป ก็ต้องกินอาหารประมาณ 150กก ต่อวัน (ขอย้ำว่าต่อวัน!) ต่อให้ควานช้างเป็นใคร ก็คงไม่อาจเลี้ยงช้างได้ด้วยตัวลำพัง ครั้นจะปล่อยในป่า ป่าก็ไม่มีอาหารอยู่ดี ออกมาข้างนอกก็ทำลายพืชผลชาวบ้าน
จากมุมมองที่เปลี่ยนไป คุณบอมจึงได้แต่งเพลงๆนึงขึ้นมา เพื่อบอกกับร้านข้าวต้มเมืองกรุงทั้งหลายถึงชีวิตที่ต้องเผชิญของช้าง ถ้าหากควาญช้างอยู่ไม่ได้ ช้างก็อยู่ไม่ได้ ก็หวังเพียงว่า ร้านข้าวต้มจะเข้าใจ ไม่ด่า ไม่ไล่ เพียงเพราะเห็นเขาเป็นเหมือนขอทานกับช้างตัวใหญ่ที่เข้ามาหากินในเมือง สร้างความสะเทือนใจให้กับช้างและควาญช้าง.
ตัวอย่างเพลงขับร้องดูได้ ที่นี่ ระหว่างร้องเพลง ช้างสี่เชือกของกองทุนยืนอยู่ข้างๆพร้อมกับเหล่าควาญช้าง ลูกช้างพอเพียงยืนคลอเคลียอยู่ข้างแม่ทองแดงไม่ห่างกาย งวงช้างคอยสัมผัสกายแม่ ไม่ต่างจากแม่ที่คอยเอางวงช้างสัมผัสลูกทองแดง.
Posted by Scalopus+
Oct
14
ไปค่ายอนุรักษ์ป่าเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกคือ
ค่ายอนุบาลเขาแผงม้า ครั้งที่สองคือค่ายนี้ ค่ายใบไม้ น้องแอนเป็นคนชวน ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นค่ายติดดินมากที่สุดเท่าที่เราเคยไปมาเลย เนื่องจาก วันแรก เกือบนอนพื้นซีเมนส์ห้องเรียน จริงๆแด่น้องเราก็นอนข้างบนกองพัสดุข้างถังขยะ หรืออย่างเวลาไปเป็น Staff หลายๆค่าย ก็ไปแบบนี้แหละ เพียงแต่ครั้งนี้ประมาณว่า ไม่ได้เตรียมใจ --' ไม่ได้เตรียมถุงนอนไปด้วย
นอนคือแรกก็เอาแล้ววุ้ย จะอยู่ถึงห้าวันมั๊ยละเนี๊ย เพราะว่านอนไม่หลับเลย ปวดหลังมาก หนาวด้วย ตื่นแทบจะทุกห้านาที หนูก็มาทักทายอยู่เป็นครั้งคราว โชคดี น้องแอนช่วยจัดหาถุงนอนมาให้ในคืนที่สอง แล้วก็นอนในถุงนอน เลยรู้สึกสบายขึ้นมาก
Continue reading "ค่ายใบไม้"
Posted by Scalopus+
Defined tags for this entry:
baimaiLast modified on 2008-10-14 08:06
Wed, 31.12.2008 13:42
ขับรถจากแยกสามย่านเลี้ยวเข้าถ. พญาไทเลี้ยวซ้ายเข้าทางจุฬาซ.42 แล้วก้อเลี้ยวซ้ายซอยแรกอยู่ด้ านซ้ายมือค่ะ