<?xml version="1.0" encoding="utf-8" ?>

<rss version="2.0" 
   xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
   xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
   xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
   xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
   xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
   xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
   >
<channel>
    <title>JOMYUT.NET - What is Human ?</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/</link>
    <description>Blog</description>
    <dc:language>en</dc:language>
    <generator>Serendipity 1.3 - http://www.s9y.org/</generator>
    <pubDate>Sun, 08 Jul 2007 17:09:19 GMT</pubDate>

    <image>
        <url>http://diary.jomyut.net/templates/default/img/s9y_banner_small.png</url>
        <title>RSS: JOMYUT.NET - What is Human ? - Blog</title>
        <link>http://diary.jomyut.net/</link>
        <width>100</width>
        <height>21</height>
    </image>

<item>
    <title>คิดถึง</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/934-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/934-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=934</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=934</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;p&gt;ในช่วงชีวิตคนเรา หากมีใครคิดถึงเรา ก็คงจะมีความสุขอยู่ไม่น้อย สำหรับเรา ณ วันนี้ อาจจะไม่ได้มีใครที่คิดถึงเรา แต่เรากลับคิดถึงคนคนนึง ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้สนใจอะไรเรา ถึงแม้ว่าบางสิ่ง ที่อาจจะไม่มีโอกาสเป็นจริงได้ หรือโอกาสเป็นจริงน้อย เรากลับไขว่คว้าหาโอกาสเพียงน้อยนิดนี้ นี่แหละคือคน.... เช่นเดียวกับหมอ ที่เมื่อคนไข้หมดทางรักษา แม้ว่าโอกาสจะรอดเพียง 0.001% แต่คนไข้ ก็อยากได้ยินถึง 0.001% ที่ว่านั่น จากหมอ เพราะชีวิตคนเราอยู่ได้ด้วยความหวังนั่นเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่นเดียวกับใครคนนึงที่ท้อแท้และสิ้นหวัง อย่างประโยคหนึ่งที่ผมได้ยินมาและตราตรึงอยู่ในใจ นั่นก็คือ &amp;quot;ถ้าผมจะต้องสูญเสียทุกอย่างไป ผมขอสูญเสียความหวังเป็นสิ่งสุดท้าย&amp;quot;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาถึงวันนี้ แม้ว่าเวลานอนจะฝันถึงเค้า เวลาตื่นก็เพ้อถึงเค้า เวลากิน เวลาขับรถ เวลาอาบน้ำ เวลาเรียน ทุกเวลาที่มีเค้าวนเวียนอยู่ในหัว แต่หากเรารู้จักความสงบรอบๆกาย ก็จะทำให้เราอ่านหนังสือรู้เรื่องขึ้นเยอะ เวลาเห็นเค้า อย่างน้อยก็เพียงเห็นเค้าก็มีความสุข แม้จากรูป ถึงแม้ว่า เราจะไม่มีโอกาสได้คุยโทรศัพท์นานๆ แต่เราก็ยังมีโอกาสได้ยินเสียงเค้าอยู่บ่อยๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อวานนี้ เราสามารถควบคุมอารมณ์ให้นิ่งได้ ตั้งแต่โทรไปหาเค้า แล้วเค้าไม่คุย ให้เพื่อนคนอื่นคุย หรือจะเป็นโทรไปแล้วเค้าไม่รับสายในช่วงเช้า ในช่วงค่ำ เราอยากโทรหาเค้า แต่เราก็คิดว่า มันคงจะมากเกินไปจากสิ่งที่เราควรทำ ในเมื่อ เราอยากให้เค้าเห็นว่าเราเป็นเพียงเพื่อนเค้าคนหนึ่ง ก็ไม่ควรจะทำอะไรมากให้รู้สึกว่า ยุ่งเข้าไปในชีวิตของเค้ามากเกินไป ความคิดถึง บางครั้ง ก็ต้องหักห้ามใจที่จะบอก ความโหยหาของเราเอง ที่อยากจะบอกหลายสิ่งหลายอย่างออกไป แต่บอกไปแล้วจะได้อะไร ถ้าหากมันเกินสิ่งที่เป็นความพอดี เราก็ควรจะอยู่นิ่งๆบ้างดีกว่า เก็บความรู้ึสึกภายในจิตใจของตัวเองบ้าง หลังๆมา เราปล่อยความรู้สึกในคนอื่นฟังมาก แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนจะเข้าใจว่าเรารู้สึกอะไรอย่างไร แต่อย่างน้อย เราก็ต้องรู้จักควบคุมตัวเองบ้าง.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อวาน ถึงแม้ว่าจะอยากโทรหาเค้าตลอดเย็น จนกระทั้งนอน ที่ถือมือถือที่กดเบอร์เค้าอยู่นาน แต่ท้ายที่สุด เราก็เลือกที่จะนอนได้ โชคดี ที่เราง่วงอยู่พอสมควร พอที่ว่า แม้ว่าเราจะฟุ้งซ่าน เราก็ยังหลับได้ เลยเลือกที่จะไม่โทร หลับไปพร้อมกับความฟุ้งซ่านนั่นเอง...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ึถึงอย่างไรเราก็เป็นเพียงคนคนหนึ่ง ที่ชอบเค้า แต่อยากให้เค้าเห็นเราเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เค้าสามารถคุยได้ปกติเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ไม่ใช่เห็นว่าเราชอบ เลยไม่กล้าพูด หรือไม่กล้าเล่นด้วย เพราะฉนั้น เราก็ต้องรู้จักควบคุมตัวเองด้วย เอ พูดแล้วก็วนไปวนมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าเราจะสามารถคิดกับเค้าเป็นเพียงเพื่อนได้บางครั้งบางคราว จากการข่มใจตัวเอง จากการพูดกับตัวเอง พูดกับคนอื่น จากการพยายามตอบสนองให้้น้อยลง ปฏิบัติอะไรให้น้อยลง แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจจะตกหลุมเข้าอย่างจัง ถึงแม้เราไม่พยายามคิดถึง แต่เหมือนจิตใต้สำนึกก็นำพาเราไปเจอเค้าในฝันอยู่เสมอ ถ้าอย่างนั้นเราจะทำอย่างไรดีละ??&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใช้สติอยู่กับตัวเอง ใช้เวลาอย่างมีความสุข Positive Thinking is beginning today.....&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
 
    </content:encoded>

    <pubDate>Thu, 05 Jul 2007 16:59:39 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/934-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>ตนเป็นนายตน</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/612-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/612-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=612</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=612</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;p&gt;ไม่ได้ยินอย่างนี้มานานแล้ว พอได้ยินอีกที เลยสะกิดใจ. จริงๆ เจ้านายของเรา ก็คือจิตใจเรา หากเรามองในอีกมุมหนึ่งเรา เจ้านาย ที่ทำงาน ไม่ใช่ เจ้านายเรา แต่เป็น... ลูกค้า. เราทำงานให้กับลูกค้า ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า เจ้านาย แต่เจ้านายเรา ก็ทำงานให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นเจ้านายที่ใหญ่กว่า และเจ้านายที่ใหญ่กว่า ก็ทำงานให้กับลูกค้า ต่อไปเรื่อยๆ โดยมีคนมีกำลังซื้อ เป็นลูกค้า.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น การที่เราทำงานกินเงินเดือนไปวันๆ ก็ไม่ต่างจากการทำงานให้ลูกค้า (customer) ถ้าเราทำไม่ดี ก็อาจจะโดนลูกค้าตำหนิ ถ้าทำดี ก็อาจจะได้รับคำชม ... แต่... มันก็ขึ้นอยู่กับชนิดของลูกค้าอีกละ&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;ลูกค้าชั้นดี (Grade A)&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ลูกค้าชั้นดี เราทำงานดี เค้าก็ตอบแทนตามสิ่งที่เราควรจะได้ หากเราทำงานบกพร่อง ก็จะเตือนด้วยไมตรี หรืออบรมให้เราทำงานได้ดีขึ้น หรือบางครั้ง ก็จะคอยสอนเราเรื่อยไป จนกว่าเราจะทำงานเป็น ลูกค้าชั้นดี มักจะกลายเป็นที่รัก ของผู้ที่ทำงานให้ หรือเรียกว่าผู้ผลิต (แม้จะได้ยินคุ้นหูว่าลูกจ้าง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลูกค้าชั้นดีช่วยให้ผู้ผลิต อบอุ่นใจ และรู้สึกอยากจะทำงานให้ แม้ว่างานที่ได้รับ อาจจะดูเกินตัวไป แต่เราก็จะยินดีที่จะทำให้.&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;ลูกค้าระดับกลาง (Grade B)&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ลูกค้าระดับกลาง ทำงานดี อาจจะเฉยๆ ทำงานไม่ดี ก็เฉยๆ ลูกค้าแบบนี้ เราได้มาก็ดี แต่ไม่ได้มา ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจมากนัก&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;ลูกค้าระดับล่าง (Grade C)&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ทำมาต่อให้ดีแค่ไหน ก็ไม่พอใจ คิดว่าจะต้องทำให้ดีมากกว่านี้ ลูกค้าพวกนี้ไม่สนใจที่จะส่งเราไปไหน ขอแค่ทำงานให้เค้าเสร็จ และถึงจะเสร็จ ก็ต้องการที่มากกว่า ลูกค้าพวกนี้ มักเห็นเราเป็นแค่แรงงานราคาถูก ลูกค้าประเภทนี้ มักเป็นที่หนักใจของผู้ผลิต ไปไกลๆได้ยิ่งดี&lt;/p&gt;&lt;h3&gt;ความรู้สึกของผม&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;สำหรับผม ผมรู้สึกดี ที่ได้ทำงานโดยมีลูกค้าเป็น &lt;b&gt;Reuters Software (Thailand)&lt;/b&gt; สำหรับผม บริษัทแห่งนี้ มีระดับสินเชื่อ ในระดับ A- แม้หลายสิ่งหลายอย่าง จะไม่ได้ดีที่สุดของลูกค้า แต่ก็เรียกได้ว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ. สิ่งที่ดูเหมือนขัดกับความรู็สึกผมอย่างเดียวก็คือ ผมอยากทำ Desktop Software หรือ Software สำหรับ End-User มากกว่า อยากทำอะไรที่มีคุณค่ากับกลุ่มคนทั่วโลก ดังนั้น นอกเหนือจากที่นี้แล้ว ลูกค้าระดับ A+ ของผมก็คือ &lt;b&gt;Google&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นที่ไฝ่ฝันของคนนับแสน หรือล้านคนในสาย IT ที่อยากจะเข้าทำงานที่นี่ แต่จะมีสักกี่คน ที่ฝ่าด่านคัดกรองของลูกค้าชั้นดีเข้าไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาจจะเป็นเพราะการที่ผมได้เข้าทำงานที่นี่ + กับที่มีคนพูดสะกิดหูผมขึ้นมะ ทำให้ผมคิดได้ดังนี้ เพราะ หนึ่งในปรัชญาในการทำงานที่นี่คือ &lt;font color=&quot;#0000ff&quot;&gt;&lt;b&gt;Service-Driven &lt;/b&gt;&lt;/font&gt;ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน คือ &amp;quot;ลูกค้า&amp;quot; รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร รู้ว่าลูกค้ารู้สึกอย่างไร และเราจะทำอะไรให้กับลูกค้า บริการให้ลูกค้าประทับใจ และสิ่งนี้นั้นเองที่ทำให้ลูกค้าประทับใจในโปรดักส์ของลูกค้าเรา. หุหุ.&lt;/p&gt; 
    </content:encoded>

    <pubDate>Tue, 04 Jul 2006 19:59:52 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/612-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>KEN Opinion</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/501-KEN-Opinion.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/501-KEN-Opinion.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=501</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=501</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;br /&gt;
&lt;p&gt;Upgrade : Story that someone would like her life better, one day everything is better. And The end is only a game.&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;Why do some of us have to try very hard to find &amp;quot;perfection&amp;quot; to fulfill our own lives but in fact it has always been with us since we were born. &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;As a result of drawing comparisons between people&#039;s judgment and people&#039;s talking about us.we start to look for many things and fill those gaps by without knowing whether they are appropriate to our needs.It is a question of how many of us will be the lucky ones?&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;คนเรามักพยายามที่จะทำให้ตัวเอง Perfect แต่กลับไม่คิดว่า ในความเป็นจริง เรา Perfect มาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่มีใครเหมือนเรา และเราก็ไม่เหมือนใคร การที่เราเป็นอย่างนี้ มีชีวิตอย่างนี้ (นิสัย วิธีการดำเนินชีวิต) นี่แหละ คือความ Perfect ของเรา.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;ผลจากการเปรียบเทียบระหว่างเรากับคนอื่น คนอื่นกับเรา การที่คนอื่นพูดถึงเรา เราพยายามที่จะหาสิ่งต่างๆ เพื่ออุดช่องว่างของตัวเอง โดยที่คนอื่นก็ไม่รู้ว่าความจริงเราเป็นอย่างไร และอะไรเป็นสิ่งที่เราต้องการที่แท้จริง&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;The Collection : Girl who want someone live with her and dont want her to go anywhere&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;Lots of our behaviors will possibly be found in our backgrounds.&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;Gabe&#039;s story : Story about Gabe who guy have a god write his life.&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;You have tried the best at things and you have also prepared things well. Still, you are not guaranteed to be able to get results.But once you overcome your difficulties with courage and determination, then you will change your life.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;My Opinion: Somebody think that what their being is what someone write thier life to be. This make a life up to someone. Why? Why we don&#039;t start to write down our life by ourself.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เรื่อง Gabe เป็นเรื่องหนึ่งที่เราชอบ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Gabe ที่เหมือนถูกชะตาลิขิต ชีวิตอยู่ในสภาพย่ำแย่ วันหนึ่งเขาขับรถชน แล้วเขาเห็น คนตัวส้ม คอยมาจัดการทำให้เกิดเหตุต่างๆร้ายๆ อุบัติขึ้น คนตัวส้มพาไปพบ กับคนที่เป็นผู้เขียนชีวิตให้กับ Gabe, Gabe พบแล้วก็ขอกับหัวหน้าผู้เขียนคนนั้น ให้ นักเขียนหยุดเขียนเรื่องของเขา นักเขียนคนนั้น ต้องเขียนชีวิตคนจำนวนมากในแต่ละวัน และ Gabe ขอเลือกที่จะเขียนชีวิตของเขาเอง&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;ความคิดฉัน: ทำไมชีวิตเรา บางคนถึงคิดว่ามันเป็นชะตาฟ้าลิขิต เวลาเจออุปสรรคต่างๆ ก็ท้อถอย เพราะคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่ถูกลิขิตมา. แต่ทำไม เราไม่เลือกที่จะสู้เพื่อลิขิตชีวิตของเราด้วยเราเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ใครที่เป็นคนเขียนเรื่องของเราขึ้นมา. ชีวิตเรา เราเขียนเองได้&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt; 
    </content:encoded>

    <pubDate>Fri, 13 Jan 2006 19:25:05 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/501-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>จิตครองเรา หรือ เราครองจิต</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/499-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/499-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=499</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=499</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;p&gt;ว่ากันว่า ชีวิตคนเรา สิ่งที่ยากที่จะควบคุมได้นั่นก็คือจิต ใครที่สามารถควบคุมจิตของตนได้ย่อมทำให้ตนเองมีความสุข แต่หากการยอมให้จิตใจมาควบคุมเราละก็ เมื่อนั้นก็จะมีแต่ความทุกข์. สำหรับเรา เราเองก็รู้สึกว่า เราถูกครอบครองโดยจิต เรามีกิเลสมากมายที่ไม่อาจจะลดลงได้ มีความอยากได้ มีความต้องการ หากเราสามารถปล่อยให้อะไรมันผ่านไป จิตเราย่อมไม่ต้องคิดอะไร ไม่ฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย และเราเองก็ไม่เป็นทุกข์&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;ในวัยเด็ก เรามีชีวิตโดยเราครอบครองจิตโดยสมบูรณ์ เราคิดเช่นนั้น เราไม่แคร์ว่าใครจะคิดอย่างไร ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่สนใจว่ารอบกายจะต้องมีใคร ไม่สนใจว่าใครจะไปไหนอย่างไร. คือ สนก็คือคุย ไม่สนก็คือไม่คุย... กาลเวลาผันเปลี่ยน ใจเราก็เปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้เราต้องการคนที่อยู่เคียงข้างเสมอ ต้องการคนรัก ต้องการให้เค้ารัก แต่เรากลับไม่รู้ที่จะดูแลรักให้ดีได้อย่างไร หรือเราจะทำอย่างไรให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ท้ายที่สุดแล้ว เรากลับกลายเป็นคนที่โดนจิตครอบครอง เหมือนเด็กสปอย เอาแต่ใจ ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;ไปเรียนเคน ได้ดูรายการ Twilight Show เป็นรายการที่ดีมากๆ รายการนึง เป็นหนังสั้น ที่ให้ข้อคิด และเตือนใจได้เป็นอย่างดี เรากำลังรู้สึกว่า ตอนนี้เรากำลังเป็นเหมือนตัวละครเรื่องหนึ่ง เรากำลังรู้สึกว่า I want to have it but I dont learn how to love it? เดี๋ยวจะเขียนใน Entity ถัดไป.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
 
    </content:encoded>

    <pubDate>Fri, 13 Jan 2006 18:31:42 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/499-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>สติอยู่กับตัว</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/480-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/480-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=480</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=480</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;br /&gt;
มันเป็นเรื่องที่เกิดจากเราเข้าวัด ตอนไปค่ายๆนึง + เกิดจากเว็บ Budpage.com + เพื่อนๆที่ไปวิปัสสนา มาพูดให้ฟัง. ว่ากันว่า คนเรา เอาแต่คิดถึงสิ่งรอบตัว คิดถึงสิ่งนู้นสิ่งนี้ คนนั้นคนนี้ รักคนนั้น รักคนนี้ อยากดูแลคนนั้น อยากดูแลคนนี้ แต่สิ่งที่เรากลับไม่เคยใส่ใจมันเลยนั่นก็คือ ตัวของเราเอง&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;บางครั้ง เวลาเราไม่มีเพื่อน เราเลยเหงา เพราะเราหาเพียงที่พึ่งที่เป็นผู้คนรอบกาย แต่กลับไม่นึกถึง สิ่งที่อยู่กับตัวเรา นั่นก็คือ ใจของเราเอง ใจของเราไงละที่อยู่เป็นเพื่อนเราตลอดมา อยู่ทุกเวลา อยู่ทุกโอกาส รู้สึกไปกับเรา แต่เรากลับไม่ได้นึกถึงเลย ตอนไปเข้าค่าย มีเดินจงกรม นั่งสมาธิ ฟังธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นการให้เราอยู่กับตัวเอง และเจริญสติ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;ปกติเราเองไม่เคยเข้าวัดหรอกนะ ไม่ชอบฟังพระพูด รู้สึกมันน่าเบื่อ แต่ตอนไปค่ายครั้งล่าสุด ความคิดเราก็เปลี่ยนแปลงไป เรารู้สึกว่า เราฟังพระท่านสอน ท่านพูดได้โดยที่เราเองไม่เบื่อ เราเดินจงกรม เป็นการให้สติอยู่กับตัว ระลึกว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ นั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ สิ่งเหล่านี้ เราทำมาก็บ่อยนะที่โรงเรียน ตอนอยู่ มัธยมฯ แต่พอไปทำที่วัดครั้งนั้น (ค่าย Idea) กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;จดหมายรักถึงตัวเองก็เหมือนกันนะ จริงๆ คือ เราเปิด BudPage.com แล้วเห็นมีเชิญชวนเขียนจดหมายรักหาตัวเองอยู่ และ ณ เวลานี้ เวลาที่จิตเราฟุ้งซ่าน วิ่งไปไหนต่อไหน เลยอยากเรียกจิตให้กลับมาอยู่กับตัว เลยลองเขียนจดหมายรักหาตัวเองตามคำเชิญชวนดู อืมมมมม ได้ผลแฮะ. เรารู้สึกดีขึ้น [นั่งบ้ายอเขียนถึงเรื่องต่างๆนานา] เรารู้สึกว่ามันช่วยเจริญสติเราเหมือนกันนะ ว่าจริงๆแล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่อยู่กับเราก็คือ ใจเราเอง รักตัวเองให้มากๆ ดูแลตัวเองให้ดีดี จะได้มีเวลาดูแลใครๆ หรืออยากทำอะไรให้กับสิ่งภายนอกให้มันดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เรารู้สึกดีขึ้นหลังจากเขียน ดูแปลกดีนะ ว้าวววว วันนี้มีคนเขียนจดหมายรักมาให้เราด้วย อิ่มเอมใจแปลกๆ หุหุ &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าตอนบ่ายจะถูกทำลายกำลังใจอย่างรุนแรงด้วยข้อสอบวิชา AI เออ แต่พอเรานึกถึงเรื่องจดหมายหลังสอบ นี่ก็ช่วยให้อาการดีขึ้นบ้าง เหอๆ.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เพื่อนๆหลายคนที่ไปวิปัสสนา ตอนกลับมา ชอบมาพูดให้เราฟัง ว่าให้ระลึกตัวว่า ณ เวลาปัจจุบัน ตัวเองกำลังทำอะไร รู้ตัว แต่ตอนนั้นก็ดูไม่ได้ซึมซาบเข้าไปสักเท่าไหร่หรอก ตอนนี้เหมือนจะซึมซาบเข้าไปได้สักจิ๊ดนึงละ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้วก็เห็นทีต้องไปอ่านหนังสือ Network ต่อดีกว่า.../&lt;/p&gt; 
    </content:encoded>

    <pubDate>Thu, 22 Dec 2005 20:07:22 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/480-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>ชีวิต ที่ สูญเสียโอกาส</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/374-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/374-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=374</wfw:comment>

    <slash:comments>2</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=374</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;br /&gt;
&lt;p&gt;บางที การที่มีรถขับไปกลับบ้าน มันก็มีส่วนดี  เราสามารถเดินทางสะดวกขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เสียโอกาสที่เราควรจะได้รับไป. แน่นอนหละ มันไม่มีสิ่งใด ที่ดีไปเสียหมดทุกอย่าง การมีรถกลับบ้าน แลกกับ การสูญเสียโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตหอ ได้อยู่กับเพื่อน โดยเฉพาะคนขี้เหงาอย่างเราแล้ว เหมือนมันสูญเสีย โอกาสที่สำคัญในชีวิตไปอย่างแรง. จะมีสักนานเพียงใดละ ที่เราจะได้อยู่หอ แล้วพูดคุยกับเพื่อน ได้พูดคุยสัพเพเหระ ต่างๆนานา นอกจาก ชีวิต ป.ตรี นี้ &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;จบไปทำงาน ต่างคนต่างมีเส้นทางเดินของตัวเอง ก็คงไม่มีโอกาสที่จะได้อยู่อย่างนี้อีกแล้ว. เราอยากอยู่หอ มาตั้งแต่ปี 2 ไม่อยากให้ประสบการณ์ที่ควรจะมีช่วงหนึ่งของชีวิตมันขาดหายไป มันเหมือนขาดรสชาติของชีวิตในช่วงระยะเวลาหนึ่งเลยหละ นี่เป็นช่วง 6 เดือนสุดท้ายแล้ว แต่โอกาสก็ยังไม่มีให้เราไปใช้ เพียงเพราะว่า เราสามารถขับรถกลับบ้านได้ แม้ว่าเหนื่อย ก็ต้องกลับ เหนื่อยกับงานเท่าไหร่ ก็ต้องกลับมาบ้าน เพลีย ก็ต้องกลับ.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เราแตกต่างจากคนอื่น เราไม่มีเส้นทางเดินชีวิตของตัวเองสักเท่าไหร่ ไหลลู่ไปตามสภาพแวดล้อม ไหลไปตามกระแสน้ำ ไม่มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว จิตใจเรา ว่าจะต้องทำมันให้ได้.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เข้าไปอ่านไดอาร์รี่เพื่อน แล้วก็รู้สึกว่า ทำไมนะ ประสบการณ์ส่วนที่เราอยากได้นักหนา เราถึงพลาดโอกาสที่สำคัญนี้ ต่อไป ต้องเข้มแข็ง ต้องสู้ ไม่โอนอ่อนต่อสิ่งรอบข้างมากเกินไป มั่นใจในตัวเองหน่อย แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ....&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
 
    </content:encoded>

    <pubDate>Sun, 02 Oct 2005 20:50:45 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/374-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>เรื่องของเหตุผล</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/314-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/314-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=314</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=314</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เรื่องของเหตุผลหนะ บางครั้ง การที่เราทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีเหตุผลเดียว อาจจะมีหลายเหตุผลก็ได้ ดังเช่นเหตุการณ์ ที่เราได้ฟัง&lt;font color=&quot;#0000ff&quot;&gt; พี่ที่พูดเรื่อง Java เกริ่นเรื่องการใช้ ท่อ (Stream) แบบต่างๆ&lt;/font&gt; ก็เลยส่งผลให้เราคิดถึงโปรเจค ว่ามันใช้ตัวนี้น่าจะได้ ก็เลยลองเขียนโปรแกรม แล้วมันก็ใช้ได้จริงๆ แต่ว่ามันยังไม่เวิร์คสักเท่าไหร่ เพราะท่ออย่างเดียว มันไม่สามารถบอกปลายทางได้ว่าเราจะทำงานคำสั่งไหน ก็พอดีกับให้เพื่อนช่วยลอง มันก็บอก RMI หรอ &lt;font color=&quot;#ff66ff&quot;&gt;เราก็ไม่รู้ว่า RMI คืออะไร&lt;/font&gt; เพราะเราใช้เปิดปิดท่อธรรมดา มันก็บอกว่า &lt;font color=&quot;#336633&quot;&gt;RMI คือการเขียนโปรแกรมเพื่อเรียกใช้ฟังก์ชั่นเครื่องปลายทาง&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้น เราก็เลยไปหาข้อมูล RMI เผื่อว่ามันจะใช้กับโปรเจคได้ ก็ได้ Document มาก็ Print ออกมาอ่าน วันนี้เอาให้ผึ้งดู บอกว่า RMI นี่ Print ออกมาอ่าน เพราะว่าจะใช้ทำโปรเจค เดี๋ยวแกๆจะได้ทำกันได้ เพราะว่ามันต้องใช้ RMI นี้. เสร็จแล้ว เจอนุ่น ซึ่งมันเป้นคนบอกเรื่อง RMI ก็เลยเอาหนังสือ ไปอ่อยๆผ่านหน้ามัน ประมาณว่าช้านมีหนังสือเล่มนี้นะ. แล้วก็บอกไปว่า ก็เห็นแกถาม (ว่าโปรแกรมที่เราเขียนทดสอบใช้ RMI หรอ แล้วก็อธิบายให้ฟังว่ามันคืออะไร) เราก็เลยไปหาข้อมูลมา (เผื่อว่างานโปรเจคฉันที่จะต้องทำ มันจะใช้ RMI ได้ ถ้าไม่ยากเกินไป)&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;&lt;font color=&quot;#ff0000&quot;&gt;&lt;b&gt;คำถามคือ การที่ฉันมีเหตุผลให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน นี่แปลว่าฉันพูดโกหกมั๊ย!?&lt;/b&gt;&lt;/font&gt; คำตอบก็คือ &lt;b&gt;ไม่ใช่&lt;/b&gt; แต่เพราะเรื่องที่จะต้องเผชิญนั้นมันแตกต่างกัน ก็ต้องให้เหตุผลตรงกับเรื่องที่แต่ละคนเผชิญ.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เธอถามฉันว่า คิดว่าหนังสือเล่มนี้จะเอามาทำโปรเจค. จะบอกว่า ฉันก็คิดก่อนหน้าอยู่แล้วหละ ว่าเธอจะต้องคิดอย่างนี้ ถ้าฉันพูด หรืออวดหนังสือออกไป. แต่ฉันก็คิดว่า เธอน่าจะเข้าใจนะ ว่าเหตุผลของการกระทำหนึ่งๆ มันตอบได้หลายอย่าง ขึ้นกับว่าแต่ละคนเผชิญมาอย่างไร เพราะให้เหตุผลเหมือนกัน แต่คนหนึ่งไม่เผชิญว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่าเราต้องเอาไปทำโปรเจค มันก็เหมือนสร้าง &amp;quot;?&amp;quot; ในหัวเสียมากกว่า จริงมั๊ย!?&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
 
    </content:encoded>

    <pubDate>Tue, 16 Aug 2005 21:42:40 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/314-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>All day Client-Server</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/296-All-day-Client-Server.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/296-All-day-Client-Server.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=296</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=296</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;br /&gt;
&lt;p&gt;วันนี้ตื่นมา เอาเพลง &lt;font color=&quot;#6699ff&quot;&gt;Live and Learn&lt;/font&gt; ไปยัดลงรถ พร้อมกับ &lt;font color=&quot;#66ff99&quot;&gt;Canon&lt;/font&gt; กับเพลง &lt;font color=&quot;#cc66ff&quot;&gt;มองโลกในแง่ดี &lt;/font&gt;อัลบั๊ม เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา เสร็จแล้วก็ไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกลาง. วันนี้เราอ่านถึงเที่ยงคืนแนะกว่าจะได้กลับมา มึนส์ตึบ. ไม่ใช่เราอ่านดิ ฟังคนอื่นอ่าน =&#039;&#039;= ต้องหาเวลาอ่านเองบ้าง เดียวจะไม่ได้อะไร + จำอะไรไม่ได้.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;เมื่อคืนได้คุยกับเพื่อนเก่า ที่ไม่ได้คุยกันนาน โทรไปคุยกับหมูหยอง ได้ยินเสียงนี่ก็คิดถึง เป็นเสียงที่คุ้นเคยทางโทรศัพท์ในสมัยก่อน เราจะเอนทรานซ์ เห็นว่าจะมีสอนอังกฤษเด็กประถมด้วย. หงุ. อยากเรียนมั้ง. เพื่อนเราคนนึง ถามเราว่า ถ้าเค้าคิดถึงคนอื่น ทั้งๆที่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว จะผิดมั๊ย!?&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://diary.jomyut.net/archives/296-All-day-Client-Server.html#extended&quot;&gt;Continue reading &quot;All day Client-Server&quot;&lt;/a&gt;
    </content:encoded>

    <pubDate>Mon, 08 Aug 2005 02:00:13 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/296-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>2 Mid-term Exam on past</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/290-2-Mid-term-Exam-on-past.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/290-2-Mid-term-Exam-on-past.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=290</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=290</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;br /&gt;
&lt;p&gt;สอบเสร็จไปแล้ว 2 วิชา วันนี้ กลับมาบ้านเสร็จ เดิมคิดว่าจะเขียนโปรแกรม แต่ก็เกิดอาการ ตัวขี้เกียจขึ้นนิ้วมือ เลยไปนั่งอ่านไดฯ + Blog ชาวบ้าน. พี่แซม พี่ผู้เชี่ยวชาญ Web service ที่ NECTEC มี Blog ด้วย เพิ่งรู้ เหตุที่รู้นี่เพราะเข้าไปอ่านไดฯ เพื่อนที่ฝึกงานด้วยกันแล้วมีพี่ Comment ไว้&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;&lt;font color=&quot;#6600ff&quot;&gt;เข้าไปอ่านไดฯ น้องสุดที่รักของเพื่อนมา&lt;/font&gt; อ่านไปก็นึกถึงอังกฤษอันสุดห่วยของเรา แล้วก็นึกถึงเม้ง ที่มันเป็นคนที่ตั้งใจแน่วแน่ดีมาก &lt;font color=&quot;#cc00ff&quot;&gt;มันบอกจะไปฝึกฟังอังกฤษ English4u ที่หอสมุดกลาง มันก็ได้ไปตั้งแต่ต้นเทอม ยังไม่มีห่างหายไป&lt;/font&gt;. ตอน En อังกฤษเราได้ 64 คะแนน แต่เชื่อได้เลยว่า ถ้าเราไปสอบใหม่ อาจจะได้ไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำไป Grammar นี่ สูญสลายไปกับสายลม. ต้องหาเวลารื้อฟื้นบ้าง. พี่เราก็กำลังคร่ำเคร่งกับโทเฟลเหมือนกัน. ไม่รู้สรุปแล้วจะเรียนต่อที่ไหน.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;อ่านได ต่อย้อนหลังไป ก็ทำให้คิดถึงตอนที่เพื่อนเราคนนี้เครียดมากมายเรื่องของความรัก ที่ไม่แน่ไม่นอน แต่ก็ดีใจกับมัน ดีใจกับประโยคคำว่า &lt;font size=&quot;5&quot; color=&quot;#ff0000&quot;&gt;จะไม่ยอมแพ้ &lt;/font&gt;ของมัน ที่พยายามทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง &lt;font size=&quot;5&quot; color=&quot;#0000ff&quot;&gt;สุดความสามารถมัน&lt;/font&gt; นี่เหมือนเป็นข้อดี ที่มันไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จนเฮือกสุดท้าย จนมันมีวันนี้ ที่มันมีความสุข&lt;/p&gt; &lt;br /&gt;&lt;a href=&quot;http://diary.jomyut.net/archives/290-2-Mid-term-Exam-on-past.html#extended&quot;&gt;Continue reading &quot;2 Mid-term Exam on past&quot;&lt;/a&gt;
    </content:encoded>

    <pubDate>Thu, 04 Aug 2005 21:54:52 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/290-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>เผลอเปิดเพลงโฮมเพจเก่า ได้เรื่อง</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/268-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/268-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=268</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=268</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com (JOMYUT.NET)</author>
    <content:encoded>
    &lt;p&gt;ทำให้มีอารมณ์มีเขียนไดเลย.... เปิดเพลงที่เคยฟังสมัยเราเล่นโฮมเพจใหม่ๆ เพลงนั้นให้ความรู้สึกยิ่งนัก. ทั้งๆที่จริงๆช่วงนี้ไม่มีอะไรจะเขียน แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ แม้ว่าเราจะไม่ได้คุยกับเพื่อนบ่อยนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เปิดให้เรา ได้รู้จักตัวตนของเพื่อนแต่ละคน นั่นก็คือได้อาร์รี่&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;&lt;font color=&quot;#000066&quot;&gt;&lt;b&gt;เรารู้เรื่องราวของเค้าผ่านไดอาร์รี่&lt;/b&gt;&lt;/font&gt; ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่า เพื่อนค่าย เพื่อนที่เรียนอยู่ปัจจุบัน. ว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร. นี่คงเป็นหนึ่งในเรื่องดีมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกอินเตอร์เน็ตแห่งนี้ โลกที่ทำให้เราได้เรียนรู้ชิวติของอีกคนนึงมากขึ้น ยิ่งกว่าเดิม.&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;บางคนบอกว่า เทคโนโลยี ทำให้เราได้พูดคุยกันน้อยลง. แต่สำหรับเรา เราคิดว่า มันไม่จริง มันทำให้ประสบกาณ์ของเรามากขึ้นอีกต่างหาก. เพราะคงไม่มีใครที่ไหน ที่เล่าเรื่องราวชีวิตตนเอง ให้คนที่ไม่รู้จักฟัง แล้วเราจะเรียนรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ละคน มีแนวทางดำเนินชีวิตอย่างไร. ถ้ามีปัญหาจะแก้ไขอย่างไร. ไดอาร์รี่ที่มีการเขียน ล้วนช่วยสั่งสมประสบการณ์ทางอ้อมให้กับเรา &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;
&lt;p&gt;มันทำให้เราเรียนรู้เรื่องราว ทั้งปัญหา ความสุข ความทุกข์บนโลกพิศวงแห่งนี้. ทำให้เราได้เรียนรู้มุมมองของคนที่เป็นผู้ใหญ๋กว่าเรา และระลึกถึงความหลัง เมื่ออ่านไดอาร์รี่ของน้องที่อายุน้อยกว่าเรา. อยากให้เพื่อนๆมาเขียนได กันเยอะๆ. ความดี ความสุข ความทุกข์มากมายที่ถ่ายทอดออกมา นอกจากปลดปล่อยตัวเราเองจากทุกข์นั้นแล้ว ก็อาจจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคน ที่อาจจะเผชิญปัญหาเช่นเดียวกันกับเราก็เป็นได้.&lt;/p&gt; 
    </content:encoded>

    <pubDate>Tue, 19 Jul 2005 00:01:35 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/268-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>มรสุมแห่งชีวิต</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/160-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/160-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=160</wfw:comment>

    <slash:comments>0</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=160</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com ()</author>
    <content:encoded>
    คนเราเกิดมา ย่อมเผชิญกับสิ่งที่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิด เราฝัน เราต้องการ...... มรสุมแห่งชีวิต มันเกิดขึ้นมาจากความขัดแย้ง ความสับสน ความไม่เข้าใจ เข้ามาให้ชีวิตของเราต้องต่อสู้ รู้จักว่าเราควรเดินทางไหน ทำอะไร หรือเป็นไปอย่างไร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราเอง ได้ประกาศอย่างยึดมั่น ในค่ายแห่งหนึ่ง ใต้แสงเทียน ริมทะเล กลางคืน แห่งความเงียบสงบ ว่าเรา จะเป็นดั่งแสงเทียน เทียนเล่มน้อย ที่ค่อยจุด ให้เทียนเล่มต่อไป ส่องสว่าง เป็นประกาย มีแสงสว่างแห่งความหวัง ที่จะทำให้โลกนี้เป็นโลกที่สดใส ปราศจากสิ่งที่มาเผาผลาญให้มนุษย์มีใจเกลียดชังกันและกัน.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้งนี้ ผมตัดสินใจ เดินทางในทางที่ผมควรจะไป ในทางที่ผมสามารถยืนอย่างไม่หวั่นกลัวใดๆ เพราะมีแสงเทียนคนรอบข้างคอยพลักดันให้ผมก้าวหน้า และทำในสิ่งที่ควระจำต่อไป. ความเห็นผม แม้จะไม่ลงรอยกับใครหลายคน เขาอาจจะเห็นว่าผม เป็นคนไม่ดี.... นั้นเป็นเรื่องของความมืดมิด ที่แสงเทียนไม่อาจจะส่องไปถึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องการจะจุด จุดแสงเทียนแห่งตัวผม ให้ส่องสว่าง เป็นประกาย ให้กับคนรุ่นหลัง ให้เขาทำเพื่อคนอื่นๆ ดังที่เขาได้รับมา.ผมได้รับประสบการณ์ที่มีค่าจากสังคม ที่ผมไม่อาจจะประมาณค่าได้. ส่งที่ผมทำได้คือ การรู้จักทดแทนคุณสังคม.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่ามกลางความเงียบเหงาในค่ำคืนนี้ กับเสียงเพลง Canon ได้จุดประกายในตัวผมอีกครั้ง ให้ผมมั่นคง ในสิ่งที่ผมกำลังทำ ให้ผมยึดมั่นและทำต่อไป อย่าได้หวั่นไหว. มรสุมแห่งชีวิต แม้เข้ามาเพียงสัปดาห์ แม้ว่าคลื่นจะดูลูกใหญ่น่าเกรงขราม แต่เสียงเพลง กลับบอกผมว่า อย่ากลัวที่จะทำ อย่ากลัวที่จะสู้ สิ่งนั้นเองที่ทำลายความกลัว ความมืดมิดในใจผม จากท้องทะเลยามค่ำคืน ที่โหมกระหน่ำด้วยแรงลม และคลื่นทะเล กลับมาเป็นท้องฟ้าที่สดใสยามเช้า ทะเลที่เงียบสงบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้วันนี้ สายลมรอบข้าง ไม่ได้บอกอะไรกับผม ผมไม่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อรับรู้ว่าสายลมคิดอย่างไร แม้ว่าครั้งนี้ ผมจะต้องเจ็บตัวเพียงใด ผมยอม. เพียงเพื่ออุดมการณ์ส่วนตัว. หากแต่ต้องทำให้คนรอบข้าง เปลวเทียนต้องหวั่นไหวไปกลับคลื่นพร้อมกับผม ก็คงจำเป็นจะต้องคิด&lt;br /&gt;
 
    </content:encoded>

    <pubDate>Wed, 01 Dec 2004 00:35:02 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/160-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>ว่ากันด้วยเรื่องของเกรด</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/139-unknown.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/139-unknown.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=139</wfw:comment>

    <slash:comments>1</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=139</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com ()</author>
    <content:encoded>
    วันนี้เป็นวันที่เกรดออกมาอีก 3 ตัว. ตอนแรกเราเห็นค่อนข้างตกใจ เพราะเราหวัง A ไว้หลายตัว หวังว่าเทอมนี้จะฉุดให้เกรดขึ้นมาเกิน 3.00 ให้ได้ แต่พอมองอีกที ก็ถือว่าเป็นเกรดที่ดีกว่าที่เราคิด ในบางตัว แต่ก็มีบางตัว ที่ไม่คิดว่าจะไม่ได้ A&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เกรด 3.00 ขึ้นไปแล้วมันได้อะไรหรือ ...? มันได้สิทธิในการเรียนต่อ ป.โท . เราก็ไม่รู้หรอกว่า เราจะเรียนอะไรไปเสียเยอะแยะ หรือถ้าเราไม่เรียนแล้วเราจะทำอะไร....!? บางคนอาจจะบอกว่าเกรดนั้นไม่สำคัญ แต่พอมองไปข้างหน้า เห็นพี่พูด เห็นพ่อพูด ก็เห็นว่า เกรดนั้นมันก็สำคัญทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข ... เพราะมันก็เป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้ทำงานอย่างที่เราชอบหรือว่าได้ทำงานอย่างที่เราสนใจหรือไม่.&lt;br /&gt;
&lt;!--more--&gt;&lt;br /&gt;
ตอนนี้ เกรดเฉลี่ยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 3.5 ไม่รวม Data Communication. แต่ GPA รวมอยู่ที่ 2.98 ... เหลือเวลาอีก 3 เทอม เราอยากทำให้ได้เพียงแค่ ผ่านพ้น 3.00 มา หรือว่า อยากให้มันผ่าน 3.25 ...!? นี่คือคำถามที่รอคำตอบจากตัวเอง....&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าอยากได้เกรด 3.25 เราจะต้องพยายามอีกมากเพียงใด...!? แล้วมันคุ้มค่ากับการพยายามหรือไม่... ชีวิตของคนเราจะต้องทำอะไรมากมาย... แต่ก็มากนะ... == &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เดือนหน้าแทบทั้งเดือนที่เราจะต้องขาดเรียนไปช่วยงาน จริงๆดูแล้วเหมือนจะไม่คุ้มค่าเสียเท่าใดนัก แต่ก็เอาหน่า ไปช่วยงานที่อย่างน้อยจะได้ประกาศให้โลกรู้ว่า เด็กสถาบันเรา ก็มีดี.... เพียงแต่ มันไม่ได้เป็นงานสาขา ที่เกี่ยวข้องเลยสักนิด [ สำหรับเพื่อนๆ ] มีก็เพียงเราที่ดูเหมือนได้งานตรงกับสาขามากที่สุดแล้ว นั่นก็คือการทำเว็บไซต์. นี่ถ้าไม่ได้ติดเรื่อง สถาบันแล้ว เราก็คงขอ Bye ไม่ทำ .. และก็คิดว่าคนอื่นๆก็เช่นกัน. แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้หัดภาษา English เพียงแต่มันก็ไม่ได้หัดอะไรมากมายสักเท่าไหร่นัก.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เดือนหน้าการเรียนของเราจะเป็นอย่างไรนะ.... กะว่าจะฝากเพื่อนไปอัด VDO ตอนอาจารย์สอน. จะได้เอามาเปิดดูตอนหลังได้, อย่างน้อยก็จะได้ตามคนอื่นเรียนทัน แต่นั้นก็หมายความว่าเราก็จะต้องมีเทปในการบันทึกนั้นหนะสิ. ก็คืออาจจะต้องไปซื้อเพิ่ม เพราะเท่าที่เรามีตอนนี้ มันเพียงพอกับการถ่ายเพียงวันเดียวเท่านั้นเอง แต่ก็หวังว่า สัปดาห์หลังๆเราจะดอด มาเรียนหนังสือได้นะ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราอยากออกหนังสือให้ได้สัก 1 เล่ม ก่อนที่จะจบปี 3. คำถามก็เกิดขึ้นมาอีก ว่าหนังสือเราจะอยู่นานเพียงใด อีกนานเท่าใดที่คนจะลืม.... เพราะอย่างเราอ่านหนังสือ เราก็ไม่ค่อยได้ดูสักเท่าไหร่ ว่าใครเขียน ยกเว้นคนที่เขียนหลายๆเล่ม. เราต้องการเขียนหนังสือเพียงต้องการให้เราดูเป็นที่รู้จักเท่านั้นเองฤา...?&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มันมีประโยชน์อะไรกับการที่ทำเพื่อประโยชน์เพียงเท่านั้น. หนัง Troy มีประโยคที่บอกว่า บางคนก็ทำเพียงให้คนรุ่นหลังได้จดจำชื่อของตนเอง ซึ่งนั้นก็รวมถึงเราด้วย.... แต่มันจะมีประโยชน์ใด ในเมื่อ ชีวิตคนเราก็มีชีวิตอยู่ในอายุที่จำกัด หลังจากที่ตายไป จะไปอยู่แห่งหนใด ก็ไม่มีใครรู้ เราจะรู้สึกภาคภูมิใจกับการที่ชื่อของเราเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปไหม?!&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห่วงเรื่องสุขภาพ ไม่รู้ว่า ไขมันในเส้นเลือดจะสูงเท่าใด บางคนอาจจะคิดว่าเราผอม แต่ลึกๆแล้วเราอยากให้อ้วนมากกว่า อย่างน้อยก็รับรู้สภาพของปัจจุบัน เราเป็นคนกินแต่ไขมันสัตว์ด้วยหนะสิ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย แล้วเราจะอยู่ได้นานเพียงใดนะ......&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 
    </content:encoded>

    <pubDate>Thu, 28 Oct 2004 23:22:15 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/139-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>ต่อต้าน TrueHits.Net !.!.!</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/58-TrueHits.Net-!.!.!.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/58-TrueHits.Net-!.!.!.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=58</wfw:comment>

    <slash:comments>3</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=58</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com ()</author>
    <content:encoded>
    ในช่วงแรกๆ ผมเห็นว่า การที่มีศูนย์สถิติเว็บไทย นั้นเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง หากแต่ปัจจุบันผมรู้สึกว่า Truehits มีการทำเชิงธุรกิจค่อนข้างมาก เนื่องจากกฏระเบียบที่จะต้อง Login เข้าทุกเดือนนั้น ผมไม่เห็นด้วย. มันเหมือนบางทีจะพยายามให้เปลี่ยนฐานจากคนใช้ฟรี มาเป็นจ่ายเงินสนับสนุน&quot;มัน&quot; ซึ่งผมจะหยุดใช้ Truehits.net นับแต่นี้เป็นต้นไป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อไป ผมเองก็ไม่มั่นใจว่า จะมีกลุ่มนักวิชาการที่เป็นอาจารย์ สามารถติด Truehits สักเพียงใด เพราะท่านเหล่านี้ ล้วนทำโฮมเพจที่มีคุณค่า ขาดแต่ อาจจะไม่มีเวลาที่จะเข้าเว็บไซต์บ่อยเช่นนั้น. หาก Truehits เห็นว่าต้อง Login ทุกเดือนจริง ก็คงเหลือผู้ต้องการใช้งานจริง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า ศูนย์รวมสถิติเว็บไทย เป็น ศูนย์รวมสถิติเว็บไทยต่อไป หากมีเพียง&quot;ชื่อ&quot; เท่านั้น!....เพราะต่อไป จะมีแต่กลุ่มคนที่สนับสนุน ซึ่งนั้นไม่ใช้เว็บไทยดีดีหลายๆเว็บที่มีกำลังทรัพย์จะให้.&lt;br /&gt;
&lt;!--more--&gt;&lt;br /&gt;
วันนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เวลา 1 วัน ช่างมีเรื่องสารพัดเรื่องเข้ามา. วันนี้เราไม่ได้เรียน Graphic อีกเช่นเดิม. ไม่ค่อยอยากเรียนสักเท่าใดนัก.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เรื่อง Fail สำหรับผมนะ คือ วันนี้ เราได้เจอเด็ก Com Science KMUTT (บางมด) เนื่องจากต้องไปประชุมงาน เนื่องจากไม่รู้จัก ผมเองก็อยากทักทายทุกๆคน ไม่ว่าจะ (X) หรือ (Z) ... แต่ &quot;ไม่กล้า&quot; ไม่กล้าคุย .... ไม่รู้สิ บางครั้ง ความเขิลมันก็เกิดขึ้นมา ความขี้อายมันก็เกิดขึ้นมา ทั้งๆที่อยากจะเข้าไปทักอยากเข้าไปรู้จักทุกๆคน.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote&gt;เรื่องมันก็คือว่า เนื่องจากผมเขิล ผมเลยใช้คอมพิวเตอร์ส่ง Message ไปยังเครื่องของกลุ่มเขา. ตอนแรกก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะตอบกลับมาหรอก เพราะว่าถ้าเขาไม่รู้คำสั่ง Net Send ที่ใช้ส่งข้อความผ่าน LAN ก็ไม่แปลก. แต่ปรากฏว่าเขาตอบกลับมา. แต่....&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เครื่องผม เห็นเครื่องในวง LAN แค่เครื่องที่ (X) KMUTT นั่งเท่านั้นหนะสิ ==&#039; เลยทักได้อยู่ 2 เครื่อง เครื่องแรกมองไม่เห็นว่าใครนั่ง แต่ทักไปแล้วไม่ตอบกลับมา แต่เครื่อง 4 หนะเขาตอบกลับมาด้วย.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่เท่าที่คุยกับเพื่อนวันนี้ เหมือนเค้ารู้สึกว่าโดน &quot;หม้อ&quot; แง่ว. กลุ่มพวกเค้าเลยไม่ค่อยอยากทำงานเท่าไหร่. มันรู้สึกแย่กับการที่เหมือนกับว่าเราไปสร้าง Credits สถาบัน แย่ๆกับเด็กกลุ่มอื่นเขาหนะ ทั้งๆที่ใจจริงเราอยากรู้จักเด็ก Com Science ต่างที่ เราอยากรู้ว่าเค้าเป็นอย่างไร และตอนนี้แตกต่างจากเราเพียงใด.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ins&gt;ตอนเย็นไปกิน KFC กัน เห็นผึ้งบ่นหิวอยากกินอะไรก่อนกลับ แต่เขาไม่เห็นกินเลย เป็นห่วงด้วย. เค้าบอกให้แกะไก่ให้แล้วเค้าจะกิน เราก็อุสาห์เอานิ้วที่เจ็บอยู่ พยายามแกะไก่ ที่เนื้อมันก็ยังร้อนๆอยู่เลยออกมา เค้าจะได้กินอะไรบ้าง แต่ปรากฏว่าเค้าก็ไม่กิน. ตอนนั้นงอนเหมือนกัน เหมือนเราเอานิ้วไปหาเรื่องเอง แต่ก็ช่างเถอะ เราหวังว่าเค้าจะหาไรกินก่อนกลับบ้าง กลัวเค้าหิว. &lt;/ins&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุดท้ายจากกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เค้างอนๆเรา จากเรื่องใดๆ เลยยิ่งเหงา ไม่อยากจะบอกว่าตอนนั้นมันเหมือนสิ่งที่เราทำมันไม่ได้ทำให้เค้ารู้สึกดีกับเราอย่างที่เราคิด แต่ดูเหมือนทุกอย่างมันแย่ลง ตอนนี้คิดก็เจ็บ มันรู้สึกเจ็บทุกครั้ง ที่เราพยายามทำเรื่องใด แต่แล้วมันกลับ Invert ในโลกแห่งความเป็นจริง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โทรไปตอน 3 ทุ่ม เค้ายังกลับไม่ถึงบ้านเลย เป็นห่วงเหมือนกัน แล้วเราก็เผลอหลับไป แต่ไม่เห็นแม่เค้าโทรมา ก็คิดว่าคงถึงบ้านแล้ว(ตอนตื่น)....&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนี้เราเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนคนหนึ่งที่เค้ากำลังเผชิญปัญหาใหญ่มาก. แต่ทุกครั้ง เรากลับไม่รู้ว่าเราจะถ่ายทอดถ้อยคำออกมาอย่างไร เรากลัวกับการพูดในเวลาที่เรารู้ว่าเค้าจะต้องฟังความคิดเห็นเรามากเป็นพิเศษ เรากลัวว่าเค้าจะคิดมากใดใด หรือเราพูดผิดอะไร.... เราไม่รู้ว่าความคิดเห็นของเราจะเป็นประโยชน์เพียงใด บางทีเราก็เหมือนไม่ค่อยมีคำแนะนำที่ดีสักเท่าใดนัก เหมือนเรามีความสามารถก็ให้เขาระบายความในใจ แต่เท่านั้นเราก็ดีใจนะ แต่เราก็อยากให้เรามีความคิดอะไรที่เป็นหนทางให้อะไรๆมันดีขึ้นมาจากนี้บ้าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนี้เสียงเพื่อนเราดูแย่มาก เป็นห่วงมากๆ เราเองก็เศร้าและเหงาไปกับเค้า เข้าใจทุกความรู้สึก เข้าใจในทุกความเป็นไป... แต่เราไม่รู้ว่ามีทางออกใดที่เหมาะสม. เพราะเป็นเราเอง เราอาจจะท้อและไม่ได้ยืนหยัดต่อสู้ได้เท่าเค้า. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;blockquote&gt;ไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าเป็นอย่างไรบ้าง....!? เราไม่เคยรู้สึกว่าเป็นห่วงเพื่อนคนไหนมากเท่าเพื่อนคนนี้ตอนนี้เลยนะ... อาจจะเพราะว่า ปกติไม่มีใครมาปรึกษาอะไรเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกเป็นห่วงเขามาก. หรืออาจจะเพราะว่าด้วยการที่เข้าใจความรู้สึก และความเป็นไปต่างๆ เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไรมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่เขาจะเจอกับปัญหาใหญ่ครั้งนี้.&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันนี้ เราเพิ่งตื่นมาตอน 5 ทุ่ม ภายหลังจาก เพลียหลับไปตั้งแต่ 3 ทุ่ม [ ถึงบ้าน ] ตื่นมาก็มาเขียนได ก็เพื่อนคนนึงก็โทรมาถามเรื่อง Javascript ... กลายเป็นว่าเรามาบ่นเรื่อง What is Human ให้เค้าฟัง....คือเรารู้สึกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ Peak มากๆของทุกคน ดังที่กล่าวไปใน What is Human ตอนก่อน ว่า 19-20 ช่างเป็นช่วงที่ชิวิตของแต่ละคน Peak เหลือเกิน. ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องการบ้าน เรื่อง Project เรื่องรัก เรื่องใดๆ... มันเหมือนปัญหาต่างประดังเข้ามาเพื่อท้าทายให้เรายืดหยัดต่อสู้ในโลกของความเป็นจริงให้ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บางครั้งเราก็คิดเหมือนกันว่า เราจะอยู่บนโลกใบนี้ได้หรือ ในเมื่อ ทุกสิ่งทุกอย่างเรามองเหมือนในแง่ที่ดีเกินไป ไม่ทันคน เชื่อคนง่าย โดนคนเป่าหูก็ง่าย. แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เราได้สร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ เป็นโลกที่เราฝัน มีเพียงเรา ฝันว่าจะทำนู่นทำนี่ ... แต่นั้นจะเป็นไปได้อีกนานเพียงใด.... อีกหน่อย อีก 1 ปีเราก็จบแล้ว เราจะทำอะไร? เราจะเรียนต่อ หรือว่าเราทำงาน? หรือว่าจะทำอะไร มันช่างเป็นคำถามในใจช่วงนี้บ่อยเหลือเกิน...&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;ins&gt;บางครั้งก็คิดว่า เราเป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือยมากคนนึง อย่างน้อยสินค้า Computer Technology ที่เราจะต้องเสียในแต่ละปี... แล้วลองคิดดูว่า ในสิ่งที่พ่อแม่ ลงทุนให้เราขนาดนี้ เราสามารถทำอะไรให้กับท่านบ้าง.... คำตอบมันเหมือนท่านไม่คุ้มค่ากับการลงทุน มันเหมือนกับผมไม่ได้คุ้มค่าต่อการลงทุนอะไรขนาดนั้น. &lt;/ins&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมเกิดมาจะอายุครบ 20 ปีในไม่กี่วัน ใช้เงินไปทั้งหมดชั่วชีวิตเท่าไหร่ละ...? ผมว่าค่าหัวผม 20 ปี เงินรวมกัน ไม่บวกดัชนีผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทุกปีและค่าน้ำมันนั้น ค่าหัวผม กับเงินที่เสียไป ไม่ต่ำกว่า 3m฿ แค่ค่าเล่าเรียนผมว่ารวมๆแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 1m฿ ไหนจะค่าคอมพิวเตอร์อีก แล้วเราทำอะไรที่มันได้เงินมาแสดงถึงความคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือยัง... คำตอบคือ ไม่มี. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บางทีมันเหมือนกับว่าเราเกิดมา ณ วันนี้เพราะบุญเก่า เกิดมาโชคดีที่อยู่ในครอบครัวที่มีความพร้อม สิ่งที่เราใช้วันนี้ มันก็เป็นเพียงสิ่งที่พ่อแม่ของเรา ฝ่าฟันสร้างขึ้นมา... แต่มันยังไม่มีสิ่งที่งอกเงิยขึ้นมาจากตัวเราเอง, แย่จัง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทำไมเรื่องราววันนึงมันช่างมากมายเหลือเกิน..... 
    </content:encoded>

    <pubDate>Wed, 01 Sep 2004 00:15:18 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/58-guid.html</guid>
    
</item>
<item>
    <title>19 - 20 อายุ ที่เขาลือกันว่าเป็นช่วงวิกฤต</title>
    <link>http://diary.jomyut.net/archives/57-19-20.html</link>
            <category>What is Human ?</category>
    
    <comments>http://diary.jomyut.net/archives/57-19-20.html#comments</comments>
    <wfw:comment>http://diary.jomyut.net/wfwcomment.php?cid=57</wfw:comment>

    <slash:comments>4</slash:comments>
    <wfw:commentRss>http://diary.jomyut.net/rss.php?version=2.0&amp;type=comments&amp;cid=57</wfw:commentRss>
    

    <author>nospam@example.com ()</author>
    <content:encoded>
    วันนี้ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ ผมรู้สึกว่าหลายๆคนที่มีเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าไม่ปกติเข้ามาในชีวิต. วันนี้เอง ผมก็รู้สึกเหงาไปกับเพื่อนคนหนึ่ง ที่เข้ามาปรึกษาปัญหากับผม. อืมมม.... ปัญหาของเราคล้ายๆกัน และก็คล้ายๆกับเพื่อนคนอื่นๆที่ผมมีโอกาสได้อ่านไดอาร์รี่ และได้คุย.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แปลกนะ. ผมเคยคิดว่า บางครั้ง ชีวิตของคนเราจะอยู่ได้นานสักเพียงใด... ทำไมเราต่างรักกัน จึงไม่พยายามอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข. บางครั้ง ก็ดูเหมือนบางสิ่งบางอย่าง เราต่างก็งอน เกินกว่าที่ควรจะเป็นไป. ทำไมเราจึงไม่พยายามคุยแต่สิ่งที่มีความสุขให้กันบ้าง....&lt;br /&gt;
&lt;!--more--&gt;&lt;br /&gt;
อาจจะเป็นเพราะด้วยเพลงด้วยกระมัง ที่ทำให้อารมณ์ของผม เข้าไปสู่อารมณ์ของการคิดถึงความเป็นไปของมนุษย์. ผมจะมีช่วงเวลาอย่างนี้อยู่เสมอ เวลากลางคืน. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ณ วันนี้.... สิ่งที่ผมคิด ก็คือ การที่เราได้อยู่กับคนที่เรารัก ผมก็คงไม่ได้เล่าอะไรที่เป็นทุกข์ให้เธอฟัง ถ้ารู้ว่า การที่เล่าไป ทำให้เค้าเป็นทุกข์ด้วย. ไม่อยากเล่าเรื่องที่ทำให้เราและเค้าไม่มีความสุข. ผมอยากอยู่อย่างมีความสุข... ใครอาจจะมองว่า อย่างนี้ก็เป็นเพียงรักหลอกๆ เพราะมีแต่การคุยเรื่องดีๆ ... แต่สำหรับผมแล้ว คิดว่า มันคือสิ่งที่ผมอยากให้เป็นมากที่สุด อยากให้เวลาที่เจอกัน มีแต่รอยยิ้มอัดสดใส ไม่ใช่การทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใน ขณะที่เรากำลังอยู่บทบาท ณ จุดนี้ จุดที่ใครหลายคนไม่อยากจะเป็น. ความคิดว่าเราควรจะเป็นอย่างไรนั้น ค่อนข้างสำคัญ. เพราะมันก็คือ ช่วงที่เราลังเล ระหว่างทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งซึ่งจะเป็นต่อไป. ทั้งๆที่เราควรจะยีนอยู่ในจุดที่ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ไปแล้ว.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในช่วงเวลาที่เรากำลังอยู่ในบทบาทเช่นนี้ เราก็อดหดหู่ และรู้สึกแย่ , เศร้า เหมือนเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้.... ทั้งๆที่ทุกอย่างดูเหมือนไปอย่างราบรื่น แต่บางสิ่งบางอย่าง ก็ทำให้เราต้องห่างกัน. ผมก็หวังว่า เค้า(เพื่อนผม) คงจะได้คืนดี ได้อยู่กับคนที่เค้ารักดังเดิม.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บางครั้งผมก็คิดนะ ว่าบางทีเป็นเพราะ (Z) นั้น มีความเป็นเหตุผลมากกว่า (X) บางที มันจึงรู้สึกเหมือนกับว่า เรื่องงอน บางเรื่อง มันเป็นเรื่องเด็กๆ เรื่องที่ไม่รู้จักโต. หลายครั้งที่ผมคิดว่า อยากทนพยายามอยู่จนถึงวันที่เป็นจุด Critical ที่เปลี่ยนความคิดของคนเราจากเด็กเป็นผู้ใหญ่. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเหมือนกันกับผมไหม แต่ผมมีอยู่เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ที่พลิกความคิดจากเด็กเป็นผู้ใหญ่, ผมหวังว่าเค้าจะมีความคิดเป็นผุ้ใหญ่ เพราะนั้นหมายความว่า บางสิ่งบางอย่าง เราจะได้คิดเหมือนกัน. บางที เรื่องของความรัก อายุ นั้นมันมาสร้างกรอบความสำคัญทางความคิดที่จะรักแบบเด็ก หรือรักแบบผู้ใหญ่.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมมองว่าความรักแบบที่โตแล้ว คือการเลือกแต่การที่มีความสุขนะ หรือทะเลาะ ก็คือ เรื่องที่มันรับไม่ได้จริงๆ. ผมว่าอย่างเช่น การคุยกับผู้หญิงคนอื่น แล้วงอนเนี๊ย ก็ยังเด็กอยู่นะ.....&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่สำหรับเพื่อนผม ไม่รู้ว่าเขาจะมีหนทางอย่างไร. จริงๆผมเองอยากจะแนะนำหลายๆอย่างให้กับเขา.. แต่ไม่รู้สิ เมื่อมองย้อนมายังตัวเอง เราก็ยังแก้ปัญหาของเราเองไมได้เลย. ก็ได้เพียงแต่บอกวิธี ที่เราพยายามทำอะไรให้มันดีขึ้น.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(Z) ไม่ได้แข็งแรงดังที่ (X) คิดนักหรอกนะ. (Z) แต่ละคนที่ผมรู้จัก ที่ผมได้คุย ต่างก็ Care คนที่ตนรักมากทั้งนั้น การที่ (Z) รู้สึกว่าทำให้ (X) ที่ตนรักมีความสุข ไม่ได้หนะ แย่มากทีเดียว. ขอเตือนเหล่า (X) เลยว่า คำพูดประชดอย่าได้นำมาใช้เลย สำหรับผมแล้ว ทุกคำพูด มันเสียดแทงยิ่งนัก.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตี 1 แล้ว.... ชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ. แต่เราก็สามารถโรยเองได้หนิ. ทำไมเราจะต้องโรยหนามให้มันทิ่มตำกันและกันด้วย. อยากให้มีแต่สิ่งดีดี ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้. อยากให้ถึงวันที่เราทั้งคู่ โตเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน,&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จริงๆอยากจะแนะนำเค้า(เพื่อนผม) ว่า บางที การที่ทั้งคู่ ต่างหยุด หยุด และหยุด... เมื่อถึงเวลา หัวใจจะต่างโหยหากันและกันเอง. หลายๆคน ที่ผมเจอก็เป็นเช่นนั้น รวมถึงผมด้วย. แต่มันก็ไม่ได้เสมอไป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนนี้ เหงา เหงา เหงา เหงา เหงา... เหงาทั้งเรื่องของเราเอง และเรื่องของเขา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชีวิตคนเรา ช่วง 19-20 นี่ ยอมรับว่ามัน Peak จริงๆ. เฮออออ.......&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในยามที่ผมอยู่อย่างนี้.... ก็เริ่มอยากปั่นจักรยานตอนเที่ยงคืน ให้สายลมผ่านหู เพื่อบอกสิ่งต่างๆที่เป็นไป. ความมืด และความเย็นของสายลม ช่วยให้ผมได้คิดใดใด เสมอ. 
    </content:encoded>

    <pubDate>Tue, 31 Aug 2004 01:08:52 +0700</pubDate>
    <guid isPermaLink="false">http://diary.jomyut.net/archives/57-guid.html</guid>
    
</item>

</channel>
</rss>